top of page
ค้นหา

ความรู้เรื่องงานฉาบปูน 5 ขั้นตอนฉาบผนังให้เรียบเนียน

  • 5 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความรู้เรื่องงานฉาบปูน 5 ขั้นตอนฉาบผนังให้เรียบเนียน

งานฉาบปูน เป็นขั้นตอนสำคัญในงานก่อสร้างที่ช่วยปรับพื้นผิวผนังให้เรียบเนียน แข็งแรง และพร้อมสำหรับการทาสีหรือการตกแต่งในขั้นตอนต่อไป หากฉาบปูนไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดปัญหาผนังแตกร้าว ปูนหลุดล่อน หรือพื้นผิวไม่เรียบ ซึ่งส่งผลต่อทั้งความสวยงามและอายุการใช้งานของอาคาร และทำความรู้จักกับงานฉาบปูน ขั้นตอนการฉาบที่ถูกต้อง 5 ขั้นตอน พร้อมข้อควรระวังและ Checklist ตรวจรับงาน เพื่อช่วยให้ได้ผนังที่เรียบสวย แข็งแรง และลดปัญหางานซ่อมในอนาคต


งานฉาบปูนคืออะไร?


งานฉาบปูน คือ กระบวนการปิดทับพื้นผิวผนังก่ออิฐหรือคอนกรีตด้วยปูนฉาบ เพื่อปรับผิวให้เรียบเนียน สม่ำเสมอ และพร้อมสำหรับงานตกแต่งขั้นต่อไป เช่น การทาสี การติดวอลเปเปอร์ หรือการตกแต่งผนังรูปแบบต่างๆ นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว งานฉาบปูนยังช่วยป้องกันความชื้น เพิ่มความแข็งแรงให้กับผนัง และช่วยยืดอายุการใช้งานของอาคารอีกด้วย


5 ขั้นตอนสำคัญของงานฉาบปูนคุณภาพ


การฉาบปูนที่ได้มาตรฐานไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของปูนเพียงอย่างเดียวแต่ต้องอาศัยขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจนจบ


1. การเตรียมพื้นผิว


การเตรียมพื้นผิวถือเป็นหัวใจสำคัญของงานฉาบปูน หากละเลยขั้นตอนนี้ อาจทำให้เกิดปัญหาการหลุดล่อนหรือแตกร้าวในภายหลังได้


สิ่งที่ต้องดำเนินการก่อนเริ่มฉาบ ได้แก่


  • ทำความสะอาดฝุ่น เศษปูน และคราบสกปรกต่างๆ ออกจากผนัง

  • ตรวจสอบความแข็งแรงของผนังและรอยต่อโครงสร้าง

  • รดน้ำผนังอิฐให้ชุ่มก่อนฉาบ


2. การจับปุ่มและทำเซี้ยม


ก่อนเริ่มฉาบช่างจะต้องทำการจับปุ่มเพื่อกำหนดระดับความหนาของปูนฉาบให้สม่ำเสมอทั่วทั้งผนัง


หลักการสำคัญ


  • ความหนาปูนฉาบมาตรฐานประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตร

  • ระยะห่างของปุ่มไม่ควรเกิน 1.5 เมตร

  • ควรตรวจสอบแนวดิ่งและแนวระดับให้ถูกต้อง


3. การติดลวดตาข่ายกันร้าว


หนึ่งในสาเหตุหลักของการแตกร้าวบนผนังคือการเคลื่อนตัวที่แตกต่างกันของวัสดุแต่ละประเภท


บริเวณที่ควรติดตั้งลวดตาข่ายกันร้าว ได้แก่


  • รอยต่อระหว่างเสาคอนกรีตกับผนังอิฐ

  • บริเวณที่ฝังท่อไฟหรือท่อน้ำ

  • พื้นที่ที่มีการสกัดผนังเพื่อเดินระบบต่างๆ


โดยทั่วไปจะใช้ลวดตาข่ายกว้างประมาณ 25-30 เซนติเมตร เพื่อช่วยกระจายแรงและลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวในอนาคต


4. การฉาบปูน


เมื่อเตรียมพื้นผิวเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการฉาบปูน


ฉาบชั้นแรก (รองพื้น)


  • ปาดปูนให้ยึดเกาะกับผนังได้ดี

  • ปรับระดับผิวให้เสมอกับปุ่มที่กำหนดไว้

  • ควบคุมความหนาให้ได้ตามมาตรฐาน


ฉาบชั้นที่สอง (แต่งผิว)


  • ฉาบปูนละเอียดทับชั้นแรก

  • ปาดผิวด้วยเกรียงหรือไม้สามเหลี่ยม

  • ใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดเก็บรายละเอียดผิวหน้า


ขั้นตอนนี้เป็นตัวกำหนดความเรียบเนียนของผนังโดยตรง จึงต้องอาศัยความชำนาญและความละเอียดในการทำงาน


5. การบ่มปูน 


หลังจากฉาบเสร็จแล้ว หลายคนมักคิดว่างานจบแล้ว แต่ในความเป็นจริง ขั้นตอนการบ่มปูนมีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนอื่น ปูนต้องใช้น้ำในการเกิดปฏิกิริยาเคมีเพื่อพัฒนาความแข็งแรงอย่างสมบูรณ์


วิธีบ่มปูนที่ถูกต้อง


  • รดน้ำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

  • บ่มต่อเนื่องประมาณ 3–7 วัน

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วงแรก


การบ่มปูนอย่างเหมาะสมช่วยลดโอกาสเกิดรอยแตกลายงาและช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผิวปูนในระยะยาว


ปัญหาที่พบบ่อยในงานฉาบปูน


แม้จะเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ แต่หากขั้นตอนการทำงานไม่ถูกต้อง ก็อาจเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาได้


ผนังแตกลายงา


สาเหตุที่พบบ่อย


  • ผนังดูดน้ำจากปูนเร็วเกินไป

  • บ่มปูนไม่เพียงพอ

  • ฉาบในสภาพอากาศร้อนจัด


ปูนหลุดล่อน


สาเหตุที่พบบ่อย


  • พื้นผิวสกปรกก่อนฉาบ

  • ไม่รดน้ำผนังก่อนฉาบ

  • ฉาบหนาเกินมาตรฐาน


ผนังเป็นคลื่น


สาเหตุที่พบบ่อย


  • จับปุ่มไม่ถูกต้อง

  • ปาดผิวไม่สม่ำเสมอ

  • ขาดการควบคุมระดับระหว่างทำงาน


3 ข้อห้ามสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม


  1. ห้ามฉาบปูนบนผนังที่แห้งสนิท


ผนังจะดูดน้ำจากปูนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปูนสูญเสียน้ำก่อนเวลาและเกิดรอยแตกร้าวได้ง่าย


  1. ห้ามฉาบหนาเกินไปในครั้งเดียว


หากต้องการปรับระดับผนังมากกว่า 2.5 เซนติเมตร ควรแบ่งฉาบเป็นหลายชั้น เพื่อป้องกันการทรุดตัวและหลุดล่อน


  1. ห้ามใช้ปูนผิดประเภท


อิฐมอญ อิฐบล็อก และอิฐมวลเบา มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ควรเลือกใช้ปูนฉาบให้เหมาะสมกับประเภทของวัสดุ


Checklist ตรวจรับงานฉาบปูนก่อนส่งมอบงาน


ก่อนรับมอบงาน ควรตรวจสอบคุณภาพงานเบื้องต้น ดังนี้


  • ผนังเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีคลื่นหรือแอ่ง

  • มุมผนังตรงและได้ฉาก

  • ไม่มีรอยแตกลายงาหรือรอยร้าว

  • ไม่มีเสียงกลวงเมื่อเคาะเบา ๆ

  • ผิวปูนแน่น ไม่หลุดล่อน

  • พื้นผิวพร้อมสำหรับการทาสี

  • ไม่มีคราบความชื้นหรือร่องรอยน้ำรั่วซึม


เมื่อไรควรเรียกผู้เชี่ยวชาญ


แม้งานซ่อมรอยแตกร้าวขนาดเล็กบางจุดอาจสามารถแก้ไขได้เอง แต่ในกรณีต่อไปนี้ควรปรึกษา


  • ผนังแตกร้าวเป็นแนวยาวต่อเนื่อง

  • ปูนหลุดล่อนเป็นบริเวณกว้าง

  • มีคราบน้ำหรือความชื้นสะสม

  • พบเสียงกลวงจำนวนมากเมื่อเคาะผนัง

  • มีรอยร้าวบริเวณเสา คาน หรือส่วนโครงสร้าง


งานฉาบปูนคุณภาพ ลดปัญหาร้าว ล่อน และงานซ่อมในอนาคต

📌หากต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับงานฉาบปูน งานซ่อมผนังแตกร้าว หรืองานปรับปรุงอาคาร สามารถติดต่อ บริษัท แสงใส คอนสตรัคชั่น จำกัด เพื่อขอคำแนะนำและประเมินหน้างาน


Facebook: SAENGSAI CONSTRUCTION CO.,LTD. https://www.facebook.com/SSCx10s

ID Line Official: @sscx10s 

TEL.: 064-7986464, 063-8696464



 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page